472 521 กระบวนทัศน์การนิเทศการสอนSU C&I GEN.19IIIIIIIV
ภาระงาน 1: ศึกษาคำศัพท์และนำเสนอเชิงวิพากษ์

Johari
Window

กรอบความตระหนักรู้ระหว่างบุคคล (interpersonal awareness) ที่จำแนกพื้นที่การรับรู้ ของตนเองและผู้อื่นออกเป็นสี่ช่อง ใช้เป็นเครื่องมือปฏิบัติการในขั้นให้ข้อมูลย้อนกลับของกระบวนทัศน์การนิเทศ

Arena / Open
รู้ทั้งตนและผู้อื่น
Blind Spot
ผู้อื่นรู้ ตนไม่รู้
Façade / Hidden
ตนรู้ ผู้อื่นไม่รู้
Unknown
ไม่มีใครรู้
LIVE AI DEMO x2
สัมมนาในชั้นเรียน ภาคต้น 256901
วางตำแหน่งหัวข้อ472 521IIIIIIIV
คำถามชวนคิด

Johari Window เป็น "ทฤษฎีการนิเทศ" โดยตัวมันเองหรือไม่

ภาระงานข้อ 1 ของวิชานี้แจกคำศัพท์ 14 คำให้นักศึกษาศึกษาและนำเสนอเชิงวิพากษ์ คำถามที่ต้องตอบให้ชัดก่อนคือ Johari Window อยู่ในระดับใดของกระบวนทัศน์การนิเทศ เป็นทฤษฎีนิเทศเอง หรือเป็นเครื่องมือที่ปฏิบัติการอยู่ภายในทฤษฎีนิเทศที่มีอยู่แล้ว

14 คำศัพท์ที่แจกในภาระงานข้อ 1
  1. วัฒนธรรม/บรรยากาศองค์กร
  2. ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
  3. ทฤษฎีภาวะผู้นำ
  4. ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง
  5. Hygiene factors
  6. Maslow hierarchy of needs
  7. ทฤษฎี McGregor
  8. Chaos theory
  9. Postmodern theory
  10. Johari window
  11. Iceberg theory
  12. Butterfly effect
  13. Mentoring coaching
  14. School as learning communities
แล้ว Johari Window อยู่ตรงไหน

เมื่อดูทั้งชุด 14 คำ จะเห็นว่าเป็นแนวคิดจากพฤติกรรมองค์การและทฤษฎีระบบซับซ้อนที่นำมาอธิบายกระบวนทัศน์การนิเทศ Johari Window อยู่ในกลุ่มเครื่องมือกระบวนการกลุ่ม (group process) เช่นเดียวกับ Mentoring coaching ทำหน้าที่เป็นกรอบปฏิบัติการในขั้นให้ฟีดแบ็กของการนิเทศแบบคลินิก (Clinical Supervision) และแบบพัฒนาการ (Developmental Supervision) ที่วิชานี้สอนอยู่แล้ว ไม่ใช่กระบวนทัศน์การนิเทศใหม่ในตัวเอง

ข้อสังเกต: การวางตำแหน่งนี้เป็นแกนของการนำเสนอเชิงวิพากษ์ในวันนี้ และจะถูกตอบกลับอีกครั้งในสไลด์ท้ายเล่มหลังจากดูหลักฐานทั้งหมดแล้ว

Johari Window | 472 52102
ทฤษฎีฐาน472 521IIIIIIIV
กำเนิดของโมเดล

จาก T-Group ปี 1955 สู่เครื่องมือให้ฟีดแบ็กที่ใช้ข้ามวิชาชีพ

1955
Joseph Luft และ Harrington Ingham นำเสนอโมเดลที่ Western Training Laboratory in Group Development, UCLA
1963-1970
ชื่อ "Johari" (Jo + Hari) กลายเป็นมาตรฐาน หนังสือ Group Processes ของ Luft ทำให้โมเดลแพร่หลายในสาย OD/OB
1983
งานวิจารณ์ยุคแรกตั้งคำถามว่าโมเดลนี้เป็นเพียง heuristic เชิงการสอน ไม่ใช่ทฤษฎีที่ผ่านการทดสอบเชิงประจักษ์ (ERIC ED238039)
2009-2020
แพร่หลายในการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ ใช้เป็นกรอบตั้งคำถามในการนิเทศ (Halpern, 2009) และวิเคราะห์วัฒนธรรมฟีดแบ็ก (Ramani et al., 2017)
2024-2026
ต่อยอดด้วย generative AI ในการฝึกให้ฟีดแบ็ก (Mehta et al., 2025) และงานวิจัยเชิงคุณภาพล่าสุด (Cheng et al., 2026)
สองกระบวนการที่ขยายพื้นที่ Arena (Luft & Ingham, 1955)
1 Self-disclosure (การเปิดเผยตนเอง) ลดพื้นที่ Façade/Hidden
2 Feedback solicitation (การแสวงหาฟีดแบ็ก) ลดพื้นที่ Blind Spot
Johari Window | 472 52103
โครงสร้างของโมเดล472 521IIIIIIIV
โครงสร้างของโมเดล

สี่ช่องหน้าต่าง จากสองแกน "รู้" และ "ไม่รู้"

รู้จักตนเอง (Known to Self)
ไม่รู้จักตนเอง (Not Known to Self)
รู้จักผู้อื่น (Known to Others)
Arena / Open
สิ่งที่ทั้งตนเองและผู้อื่นรู้ตรงกัน เป็นฐานของความไว้วางใจ ยิ่งกว้างยิ่งสื่อสารมีประสิทธิภาพ
Blind Spot
ผู้อื่นรู้ แต่ตนเองไม่รู้ ลดพื้นที่นี้ได้ด้วยการแสวงหาและรับฟีดแบ็กอย่างเปิดใจ
ไม่รู้จักผู้อื่น (Not Known to Others)
Façade / Hidden
ตนเองรู้ แต่ยังไม่เปิดเผยแก่ผู้อื่น ลดพื้นที่นี้ได้ด้วยการเปิดเผยตนเองอย่างสมัครใจ
Unknown
ไม่มีใครรู้ อาจเป็นศักยภาพหรือปมที่ยังไม่ถูกค้นพบ เปิดเผยได้ผ่านประสบการณ์ใหม่ร่วมกัน
Johari Window | 472 52104
AI Demo 1: ตัวจำแนกควอดรันท์472 521IIIIIIIV
AI DEMO 1 Johari Quadrant Classifier

พิมพ์คำพูดในบทสนทนานิเทศ แล้วให้ AI วิเคราะห์ควอดรันท์

ตัวอย่างสำหรับทดลอง (คลิกเพื่อใช้)
AI จะระบุว่าข้อความเข้าข่ายควอดรันท์ใด
พร้อมเหตุผลอ้างอิงงานวิจัย และข้อเสนอสำหรับผู้นิเทศ
Johari Window | 472 52105
ประยุกต์ในการนิเทศการสอน472 521IIIIIIIV
เชื่อมกับกระบวนทัศน์นิเทศที่เรียนมาแล้ว

Johari Window ปฏิบัติการอยู่ใน ขั้นให้ข้อมูลย้อนกลับ ของวงจรนิเทศ

Halpern (2009) เสนอว่ากรอบนี้ช่วยผู้นิเทศออกแบบคำถามในแต่ละช่วงของความสัมพันธ์ ส่วน Derrington และคณะ (2021) ใช้กรอบเดียวกันวิเคราะห์ช่องว่างการรับรู้ระหว่างผู้บริหารกับครูเรื่องการประเมิน ทั้งสองงานชี้ตรงกันว่าโมเดลนี้ทำงานแทรกอยู่ในกระบวนทัศน์นิเทศที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้แทนที่กระบวนทัศน์เหล่านั้น

ควอดรันท์ ขั้นตอนของวงจรนิเทศแบบคลินิก (Cogan/Goldhammer) บทบาทของผู้นิเทศ
 Arena Pre-observation conference สร้างความไว้วางใจ ตกลงจุดสังเกตร่วมกัน
 Blind Spot Post-observation conference ป้อนหลักฐานจากการสังเกตอย่างไม่ตัดสิน (Halpern, 2009)
 Hidden Post-observation conference / Coaching ต่อเนื่อง ตั้งคำถามเปิดชวนครูเปิดเผยข้อกังวลด้วยความสมัครใจ
 Unknown วงจรนิเทศรอบถัดไป ออกแบบประสบการณ์ใหม่ร่วมกัน (peer coaching, PLC)
Johari Window | 472 52106
ฐานวรรณกรรมที่แพร่หลายจริง472 521IIIIIIIV
ข้อสังเกตต่อฐานวรรณกรรม

งานวิจัยส่วนใหญ่กระจุกอยู่ใน วิชาชีพสุขภาพ ไม่ใช่การนิเทศการสอนในโรงเรียน

Ramani et al. (2017)

ใช้ grounded theory วิเคราะห์การฝึกแพทย์ประจำบ้าน แจกแจงกลยุทธ์ให้/รับฟีดแบ็กในแต่ละควอดรันท์อย่างเป็นระบบ

Cheng et al. (2026)

งานเชิงคุณภาพล่าสุดพบว่า ฟีดแบ็กในควอดรันท์ Blind Spot ก่อปฏิกิริยาทางอารมณ์รุนแรงกว่าฟีดแบ็กใน Arena อย่างชัดเจน

Shrestha (2024)

เสนอแนวคิด "Dohari" ฟีดแบ็กสองทิศทาง ต่อยอดจาก Johari Window ให้เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนแทนการให้ฝ่ายเดียว

ช่องว่างที่ควรพูดตรงๆ

ในบรรดางานที่พบ มีเพียง Halpern (2009) และ Derrington et al. (2021) ที่ใช้บริบทการนิเทศ/การศึกษาโดยตรง ส่วนที่เหลือมาจากการศึกษาแพทย์และพยาบาล การยืมกรอบข้ามสายวิชาชีพนี้ต้องตรวจสอบก่อนว่าเหมาะกับบริบทโรงเรียนไทยเพียงใด

Johari Window | 472 52107
AI Demo 2: AI Feedback Coach472 521IIIIIIIV
AI DEMO 2 Post-Observation Feedback Coach

ให้ AI ร่างบทสนทนานิเทศหลังสังเกตการสอน ตามลำดับ 4 ควอดรันท์

คำถามชวนวิพากษ์สำหรับห้อง
  • บทสนทนาที่ AI ร่าง จัดการกับวัฒนธรรมเกรงใจได้ดีพอหรือยัง
  • ผู้นิเทศควรใช้สคริปต์นี้ทั้งหมด หรือเลือกปรับเฉพาะบางช่วง
AI จะร่างบทสนทนาการนิเทศหลังสังเกตการสอน
ไล่ตามลำดับสี่ควอดรันท์ของ Johari Window
Johari Window | 472 52108
ข้อวิพากษ์ 1/3: ทฤษฎีและระเบียบวิธี472 521IIIIIIIV
มองอย่างมีวุฒิภาวะ (ข้อ 1 จาก 3)

เป็น heuristic เชิงการสอน ไม่ใช่ทฤษฎีที่ผ่านการทดสอบเชิงประจักษ์

กำเนิดจากงานฝึกอบรมกลุ่ม ไม่ใช่งานวิจัยเชิงจิตวิทยามิติ

Luft และ Ingham (1955) ออกแบบโมเดลนี้เพื่อใช้ในการฝึกอบรม T-Group ไม่ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาและตรวจสอบมาตรวัด (psychometric validation) แบบเครื่องมือทางจิตวิทยาทั่วไป

ข้อวิจารณ์ตั้งแต่ปี 1983

งานตรวจสอบใน ERIC (ED238039, 1983) ตั้งคำถามตรงว่าจะใช้โมเดลนี้เป็นเครื่องมือวิจัย (research tool) ได้จริงหรือเป็นเพียงแบบจำลองเชิงทฤษฎีสำหรับสอนแนวคิดเท่านั้น

สี่กล่องเป็นอุปมา ไม่ใช่ตัวแปรที่วัดได้

เส้นแบ่งระหว่างควอดรันท์ไม่ได้กำหนดขนาดที่แน่นอนหรือวัดได้เชิงปริมาณ ต่างจากมาตรวัดบุคลิกภาพที่มีค่าความเชื่อมั่นและความตรงรองรับ

ข้อสรุปของผู้นำเสนอ

เหมาะใช้เป็นกรอบสะท้อนคิดและกรอบสนทนา (heuristic for reflection and dialogue) ไม่เหมาะใช้เป็นเครื่องมือวัดผลเชิงปริมาณของงานวิจัย

Johari Window | 472 52109
ข้อวิพากษ์ 2/3: ข้อจำกัดเชิงวัฒนธรรม472 521IIIIIIIV
มองอย่างมีวุฒิภาวะ (ข้อ 2 จาก 3)

ตั้งอยู่บนสมมติฐานวัฒนธรรม ตะวันตก ที่ไม่ตรงกับทุกบริบท

โมเดลนี้ถือว่าการเปิดเผยตนเองตรงไปตรงมา (direct self-disclosure) และการรับฟีดแบ็กเรื่องจุดบอดอย่างเปิดเผย เป็นพฤติกรรมที่ทำได้เป็นปกติในความสัมพันธ์ ซึ่งสอดคล้องกับสังคมที่มีระยะห่างเชิงอำนาจต่ำ (low power distance) และเน้นปัจเจกนิยม (individualism)

สิ่งที่ระบบการศึกษาไทยมีต่างออกไป
  • ระบบอาวุโสและระยะห่างเชิงอำนาจระหว่างผู้นิเทศกับครู
  • วัฒนธรรมเกรงใจ ที่อาจทำให้ครูไม่กล้าเปิดเผยพื้นที่ Hidden อย่างตรงไปตรงมา
  • การรักษาหน้า (face-saving) ที่อาจทำให้การรับฟีดแบ็กเรื่อง Blind Spot กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวกว่าที่โมเดลออกแบบไว้
ข้อเสนอของผู้นำเสนอ

ไม่ใช่การปฏิเสธโมเดล แต่ต้องปรับกระบวนการนำไปใช้ เช่น เริ่มจากพื้นที่ Arena ให้มั่นคงก่อนเสมอ ใช้คำถามปลายเปิดแทนการชี้ถูกผิดตรง และให้เวลาความสัมพันธ์ก่อนคาดหวังการเปิดเผยพื้นที่ Hidden แทนที่จะนำเข้ากรอบทั้งชุดแบบตรงตัว

Johari Window | 472 52110
ข้อวิพากษ์ 3/3: โอกาสและความเสี่ยงจาก AI472 521IIIIIIIV
มองอย่างมีวุฒิภาวะ (ข้อ 3 จาก 3)

AI ช่วยฝึกให้ฟีดแบ็กได้ถูกกว่า แต่ ไม่ใช่ไม่มีต้นทุน

โอกาส (Mehta et al., 2025)

Custom GPT ที่ออกแบบตาม Johari Window ช่วยให้อาจารย์แพทย์ฝึกให้ฟีดแบ็กกับ "นักศึกษาจำลอง" ได้ซ้ำ ๆ ในราคาถูกและปลอดภัย ก่อนต้องเผชิญสถานการณ์จริง

คำถามกลับที่ต้องตั้ง

AI เองมี "จุดบอด" จากอคติในข้อมูลฝึก (training bias) หรือไม่ และบทสนทนาที่ AI สร้าง จะสอนให้ผู้นิเทศ "ทำตามสคริปต์" จนละเลยการฟังบริบทเฉพาะหน้าจริงหรือไม่

ข้อจำกัดเชิงความสัมพันธ์

แก่นของ Johari Window คือความไว้วางใจในความสัมพันธ์จริงระหว่างคนสองคน AI จำลองบทสนทนาได้ แต่ไม่อาจทดแทนความไว้วางใจนั้นได้ ใช้ได้ดีที่สุดในฐานะเครื่องมือซ้อมก่อนใช้จริง

ข้อควรระวังเชิงจริยธรรมข้อมูล

ถ้านำบทสนทนา/ข้อมูลครูจริงป้อนเข้า AI ภายนอก ต้องพิจารณาประเด็นความเป็นส่วนตัวของข้อมูลครูและนักเรียนก่อนเสมอ

Johari Window | 472 52111
ผูกกลับแก่นรายวิชา472 521IIIIIIIV
คำตอบของคำถามเปิด

Johari Window คือ "เครื่องมือระดับปฏิบัติการ" ไม่ใช่กระบวนทัศน์นิเทศเอง

Johari Window
เครื่องมือให้ฟีดแบ็ก
4 ควอดรันท์
Clinical Supervision
Cogan/Goldhammer
ใช้จัดคำถามในขั้นpre/post-observation conference
Developmental Supervision
Glickman
ช่วยเลือกแนวทางdirective/collaborative/nondirectiveตามขนาดพื้นที่ Arena
PLC และ Peer Coaching
ขยายพื้นที่ Arena ร่วมกันของทั้งทีม ไม่ใช่แค่รายบุคคล
Johari Window | 472 52112
ชวนห้องวิพากษ์ต่อ472 521IIIIIIIV
TA2 การอภิปราย

คำถามสำหรับช่วงที่เหลือของชั่วโมง

1

ในโรงเรียนของท่าน การนิเทศแบบใดที่เปิดพื้นที่ Arena ได้จริง และแบบใดที่ทำให้ครูหลบเข้าไปอยู่ใน Façade มากขึ้น

2

ถ้าจะปรับ Johari Window ให้เข้ากับวัฒนธรรมอาวุโส-ผู้น้อยของโรงเรียนไทยจริง ควรตัดหรือเติมขั้นตอนใด

3

เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน ระหว่างการใช้ AI ช่วยผู้นิเทศ "ซ้อม" ให้ฟีดแบ็ก กับการปล่อยให้ AI "แทนที่" การตัดสินใจของผู้นิเทศ

Johari Window | 472 52113
สรุป472 521IIIIIIIV
Take-home Messages

สามประโยคที่อยากให้จำจากวันนี้

1

Johari Window ไม่ใช่กระบวนทัศน์การนิเทศ แต่เป็นเครื่องมือปฏิบัติการที่ทำงานอยู่ในขั้นให้ข้อมูลย้อนกลับของ Clinical และ Developmental Supervision

2

โมเดลนี้เป็น heuristic เชิงการสอน ไม่ใช่เครื่องมือวัดผลเชิงประจักษ์ และตั้งอยู่บนสมมติฐานวัฒนธรรมที่ต้องปรับก่อนใช้ในบริบทไทย

3

Generative AI ขยายการเข้าถึงการฝึกให้ฟีดแบ็กแบบ Johari ได้จริง (Mehta et al., 2025) แต่ยังต้องอาศัยดุลยพินิจและความไว้วางใจของมนุษย์เป็นแกนกลาง

Johari Window | 472 52114
เอกสารอ้างอิงหลัก472 521IIIIIIIV
References

เอกสารอ้างอิงหลัก

  • Cheng, Z-C., et al. (2026). Feedback literacy and self-cognition mechanisms among BSc medical students: A qualitative analysis based on the Johari window model. F1000Research.
  • Derrington, M. L., et al. (2021). Do principals really know what their teachers believe about evaluation? Exploring principals' reactions to teachers' beliefs in the United States. Educational Management Administration & Leadership. (ตรวจสอบรายชื่อผู้แต่งครบถ้วนและเลขหน้าอีกครั้งก่อนอ้างอิงในรายงานทางการ)
  • Halpern, H. (2009). Supervision and the Johari window: A framework for asking questions. Education for Primary Care, 20(1), 10-14.
  • Luft, J. (1970). Group processes: An introduction to group dynamics (2nd ed.). Palo Alto, CA: National Press Books.
  • Luft, J., & Ingham, H. (1955). The Johari window, a graphic model of interpersonal awareness. Proceedings of the Western Training Laboratory in Group Development. Los Angeles: University of California, Los Angeles. (ต้นฉบับหายาก ยืนยันการมีอยู่ผ่านแหล่งรองหลายแหล่ง)
  • Mehta, N., Nielsen, C., Zack, A., Christensen, T., & Isaacson, J. H. (2025). Creating custom GPTs for faculty development: An example using the Johari Window and Crucial Conversation frameworks for providing feedback to struggling students. Medical Teacher, 47(8), 1266-1268.
  • Ramani, S., Konings, K. D., Ginsburg, S., & van der Vleuten, C. P. M. (2017). Uncovering the unknown: A grounded theory study exploring the impact of self-awareness on the culture of feedback in residency education. Medical Teacher, 39(10), 1065-1073.
  • Shrestha, R. (2024). Discover yourself: open up your "Johari window" with "Dohari" feedback. Kathmandu University Medical Journal.
  • An examination of the Johari window as a research tool and a theoretical model (1983). ERIC Document ED238039.

ขอบคุณครับ คำถามและข้อวิพากษ์ ยินดีรับเพื่อพัฒนาเอกสารสรุปฉบับส่งท้ายภาค

Q & A
ผู้นำเสนอ: PL | SU C&I รุ่น 1915
ผู้ช่วยถาม-ตอบ Johari Window
เลือกถามทั้งชุดสไลด์ หรือเฉพาะหน้าที่กำลังฉาย

ตั้งค่า API Key ก่อนใช้ AI Demo

สไลด์นี้ประมวลผล AI แบบ client-side ทั้งหมด
Key ถูกเก็บใน localStorage ของเครื่องนี้เท่านั้น
ปิดหน้าต่างนี้ได้ถ้ายังไม่ต้องใช้ Demo

ตั้งค่า AI Model

Presets