PICCA
Model
กระบวนการวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาสาขาการสอนภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ภัธภร หลั่งประยูร (2565) | ปร.ด. หลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยศิลปากร | 416 หน้า
ศึกษาสภาพและปัญหา
พัฒนารูปแบบการสอน
ทดลองใช้รูปแบบ
ประเมินรับรองรูปแบบ
แบ่งหน้าที่ตามระยะของการวิจัย R1-D1-R2-D2
ภาพรวมงานวิจัย กรอบ 4 ระยะ และการศึกษาสภาพปัญหา
4 ขั้นของการพัฒนา เครื่องมือ 8 ชิ้น และการหาคุณภาพ
Connoisseurship และรูปแบบ PICCA ฉบับสมบูรณ์
แบบแผนการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง และผลการทดลองใช้
การรับรองรูปแบบ ข้อสังเกตเชิงวิพากษ์ AI Demo และถอดบทเรียน
โจทย์จากอาจารย์: อ่านและวิเคราะห์ขั้นตอนการวิจัย โดยเน้นที่ กระบวนการพัฒนารูปแบบการสอน กลุ่มเราจึงให้น้ำหนัก D1 มากที่สุด (9 นาที ผู้นำเสนอ 2 คน) และปิดท้ายด้วยการถอดบทเรียนเข้าสู่เล่มวิจัยของรุ่นเราเอง
แก้ชื่อสมาชิกได้โดยตรงในไฟล์นี้: กดปุ่ม E เพื่อเข้าโหมดแก้ไข พิมพ์ทับ แล้วกด E อีกครั้งเพื่อบันทึก
ปัญหาจริง ระดับมากที่สุด จึงต้องออกแบบทั้งระบบ
- นักศึกษาครุศาสตร์สาขาการสอนภาษาอังกฤษ มรภ. มีปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษระดับมากที่สุด (M = 4.54)
- จุดอ่อนหนักที่สุดคือการวิเคราะห์โครงสร้างงานเขียน (M = 4.81) และการจับใจความสำคัญ (M = 4.79)
- งานวิจัย Blended Learning เพื่อพัฒนาการอ่านยังมีน้อยและตัวแปรจำกัด
- ศึกษาสภาพและปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษา
- พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
- ทดลองใช้รูปแบบ วัด 4 ด้าน: กลวิธีการอ่านและการเดาคำศัพท์, จับใจความสำคัญก่อน-หลัง, วิเคราะห์โครงสร้างบทอ่าน, ความคิดเห็นของนักศึกษา
- ประเมินและรับรองรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
ฐานทฤษฎีที่ใช้สังเคราะห์รูปแบบ: องค์ประกอบรูปแบบการเรียนการสอน (Joyce and Weil; ทิศนา แขมมณี), การเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Bersin; Carman; Thorne), การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Johnson and Johnson; ทิศนา แขมมณี) และการสอนอ่านภาษาอังกฤษ 3 ขั้น Pre-Reading, While-Reading, Post-Reading (วิสาข์ จัติวัตร์)
R&D 4 ระยะของเล่มนี้ ตรงกับกรอบ R1-D1-R2-D2 ของเล่มเรา
แบบสอบถาม 385 คน + สัมภาษณ์ 7 คน
Connoisseurship 9 ท่าน
นักศึกษา 28 คน
M = 4.60 ระดับมากที่สุด
ข้อสังเกตสำคัญ: บทที่ 4 ของเล่มติดป้ายแต่ละระยะเป็น R1: Analysis และ D1: Design and Development ไว้เอง กรอบนี้จึงเป็นกรอบเดียวกับที่อาจารย์ให้เราใช้ร่างเล่มวิจัยในสัปดาห์ที่ 5-9 การไล่ดูว่าเล่มนี้ "ทำอะไร ตามลำดับไหน ด้วยหลักฐานอะไร" คือแบบฝึกหัดตรงตัวของเราเอง
ฟังเสียงจริงจากสนาม ก่อนออกแบบสิ่งใด
แบบสอบถาม 385 คน จากประชากรนักศึกษา 960 คน กำหนดขนาดด้วยตารางยามาเน่ (Yamane) สุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage): แบ่ง มรภ. เป็น 5 กลุ่มภูมิภาค สุ่มได้ 14 แห่ง เก็บออนไลน์
สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 7 คน อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 5 ปี (มรภ. 3 คน, มหาวิทยาลัยในกำกับ 2 คน, ผู้สอนเทคโนโลยี 2 คน)
- แบบสอบถาม มาตรประมาณค่า 5 ระดับ ตรวจความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ได้ IOC 0.80-1.00 ทดลองใช้กับนักศึกษานอกกลุ่มตัวอย่าง 10 คน ค่าความเชื่อมั่น Cronbach's alpha = 0.91
- แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง IOC = 1.00 ทดลองสัมภาษณ์อาจารย์ 2 คนก่อนใช้จริง
- การวิเคราะห์: ค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
บทเรียน: R1 ไม่ใช่แค่ทบทวนวรรณกรรม แต่เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์สองทาง (ปริมาณ + คุณภาพ) และเครื่องมือของ R1 เองก็ต้องผ่านการหาคุณภาพครบวงจรเช่นเดียวกับเครื่องมือทดลอง
ทุกตัวเลขใน R1 กลายเป็น ข้อกำหนดการออกแบบ ใน D1
ระดับมากที่สุด
งานเขียน (หนักที่สุด)
เทคโนโลยีและสื่อสังคม
จากชิ้นงาน
สัดส่วน Online 30 : Onsite
70
กลายเป็นการจัดขั้น P-I ออนไลน์ และ C-C-A ในชั้นเรียน
กลุ่มย่อย 3-4 คน
คละความสามารถ
กลายเป็นเงื่อนไขการจัดกลุ่มในขั้น Instruct
วัดผลหลากหลาย เน้นชิ้นงาน
กลายเป็นชุดการวัด
4 รายการ รวม Rubric ชิ้นงาน
นี่คือความหมายจริงของ Research เป็นฐานของ Development: สัดส่วน 30:70 ไม่ได้มาจากความชอบของผู้วิจัย แต่มาจากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่อ้างอิงได้
พัฒนารูปแบบ 4 ขั้น: จากเอกสาร สู่ร่าง สู่เวทีวิพากษ์ สู่ของจริง
ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สังเคราะห์ทฤษฎี Blended Learning, Collaborative Learning, การสอนอ่านภาษาอังกฤษ ร่วมกับ มคอ.1 ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ (2562), หลักสูตร ค.บ. การสอนภาษาอังกฤษ, กรอบ CEFR และคำอธิบายรายวิชาการอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์สำหรับครูภาษาอังกฤษ
วิเคราะห์-สังเคราะห์ และยกร่างรูปแบบ นำผล R1 มาประกอบกับผลสังเคราะห์เอกสาร ยกร่างองค์ประกอบทั้ง 4 ของรูปแบบ ผ่านการตรวจของอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วจึงสร้างเครื่องมือวิจัยทุกชิ้น
สัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) 9 ท่าน วิพากษ์รูปแบบและเครื่องมือทุกชิ้นในเวทีเดียว บันทึกเสียงและวีดิทัศน์เพื่อนำมาถอดความ
วิเคราะห์ ปรับ และตรวจคุณภาพรอบสุดท้าย วิเคราะห์เนื้อหาข้อวิพากษ์ แก้ไขรูปแบบและเครื่องมือจริง ให้ผู้เชี่ยวชาญอีก 5 คนประเมิน IOC ทุกเครื่องมือ และทดลองใช้ (try out) กับนักศึกษานอกกลุ่มตัวอย่าง 10 คน
สังเกตการแยกบทบาท 3 ชุด: ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์ในเวทีสัมมนา (9 ท่าน) ไม่ใช่ชุดเดียวกับผู้ประเมิน IOC (5 คน) และไม่ใช่ชุดเดียวกับผู้ทรงคุณวุฒิรับรองรูปแบบใน D2 ทำให้แต่ละด่านตรวจสอบกันได้จริง
ทุกชิ้นมีค่าคุณภาพกำกับ ไม่มีชิ้นไหน "ใช้ไปก่อน"
| เครื่องมือ | การหาคุณภาพและค่าที่ได้ |
|---|---|
| 1. รูปแบบ PICCA Model + 2. คู่มือการใช้รูปแบบ | Connoisseurship 9 ท่าน + IOC = 1.00 + try out 10 คน |
| 3. แผนการจัดการเรียนรู้ 9 แผน (36 ชั่วโมง) | IOC = 1.00 ปรับเพิ่มการจับกลุ่มคละความสามารถและระบุแผน Online/Onsite |
| 4. แบบสำรวจกลวิธีการอ่านและการเดาคำศัพท์ (13 ข้อ) | IOC 0.80-1.00, Cronbach's alpha = 0.91 (+ เพิ่มแบบบันทึกการอ่านตามข้อเสนอผู้เชี่ยวชาญ) |
| 5. แบบทดสอบอ่านจับใจความสำคัญ (ปรนัย 4 ตัวเลือก 30 ข้อ) | IOC 0.80-1.00, ความยาก p = 0.20-0.78, อำนาจจำแนก r = 0.25-0.70, KR-20 = 0.81 |
| 6. แบบประเมินการวิเคราะห์โครงสร้างบทอ่าน (Rubric 6 ประเด็น) | IOC 0.80-1.00 ปรับเกณฑ์จาก 3 เป็น 4 ระดับตามข้อวิพากษ์ |
| 7. แบบสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษา (3 ด้าน 15 ข้อ) | IOC 0.80-1.00, Cronbach's alpha = 0.94 |
| 8. แบบประเมินรับรองรูปแบบ (Rating 5 ระดับ) | IOC = 1.00 ขยายให้ครอบคลุมครบ 4 องค์ประกอบ ไม่เฉพาะขั้นตอนการสอน |
ครบทั้งสายความตรง (IOC) ความเชื่อมั่น (alpha, KR-20) และคุณภาพรายข้อ (p, r) ตรงกับที่อาจารย์กำหนดให้เล่มเราต้องมีในสัปดาห์ที่ 5-9
Connoisseurship: เวทีวิพากษ์สด 9 ท่าน 4 สาขา
หลักสูตรและการสอน
การสอนภาษาอังกฤษ
เทคโนโลยีการศึกษา
วัดและประเมินผลการศึกษา
- ประสบการณ์ตรงไม่ต่ำกว่า 3 ปี หรือมีผลงานวิชาการ/วิจัยในสาขา
- วิพากษ์ทั้งรูปแบบและเครื่องมือทุกชิ้นในเวทีเดียวกัน
- บันทึกเสียงและวีดิทัศน์ทุกช่วง แล้วถอดความมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
การส่งแบบฟอร์ม IOC ได้ "ตัวเลข" แต่เวทีสัมมนาได้ "ข้อโต้แย้งและเหตุผล" ที่ผู้เชี่ยวชาญต่างสาขาถกกันต่อหน้าผู้วิจัย ข้อวิพากษ์เชิงกระบวนการแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้รูปแบบเปลี่ยนจริง ไม่ใช่แค่ผ่านเกณฑ์
ร่องรอยการแก้ไข: หลักฐานว่าไม่ได้ "รับฟังแล้วผ่าน"
วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
ปรับให้ระบุวิธีการชัดเจน ("โดยใช้การเรียนการสอนแบบผสมผสานและการเรียนรู้แบบร่วมมือ")
ไม่ใช่บอกแค่ผลลัพธ์
คู่มือและแผนการจัดการเรียนรู้
เพิ่มวิธีจับกลุ่มคละความสามารถ การหมุนเวียนสมาชิก และระบุชัดว่าแผนใดสอนออนไลน์
แผนใดในชั้นเรียน
Rubric ชิ้นงาน
ปรับเกณฑ์จาก 3 เป็น 4 ระดับ และเลี่ยงการเขียนเกณฑ์ต่ำสุดด้วยคำปฏิเสธ
แบบทดสอบหลังเรียน
กำหนดให้สอบแบบ Onsite ตามข้อเสนอผู้เชี่ยวชาญ เพื่อควบคุมความน่าเชื่อถือของคะแนน
การวัดกระบวนการกลุ่ม
เพิ่มแบบบันทึกการอ่านรายบุคคลเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ เสริมจากการวัดผลลัพธ์ปลายทาง
ปิดท้ายด้วย try out 10 คน
ทดลองใช้รูปแบบและเครื่องมือกับนักศึกษานอกกลุ่มตัวอย่างก่อนลงสนามจริงเสมอ
ในเล่มมีตารางแสดงที่มาของทุกองค์ประกอบ (ตารางที่ 4.4) ว่ามาจากทฤษฎีใด ผล R1 ข้อใด หรือข้อวิพากษ์ของใคร นี่คือแบบอย่างของการ "แสดงที่มา" ที่เล่มเราควรทำตาม
PICCA Model: 4 องค์ประกอบ ขั้นตอนการสอน 5 ขั้น
หลักการ, วัตถุประสงค์, ขั้นตอนการสอน และการวัดและประเมินผล โดยขั้นตอนการสอนสลับ Online (Google Meet) กับ Onsite ตามสัดส่วน 30:70 ที่ได้จาก R1
ONLINE
ONLINE
ONSITE
ONSITE
ONSITE
การวัดและประเมินผล 4 รายการ: แบบสำรวจกลวิธีการอ่านและการเดาคำศัพท์, แบบทดสอบอ่านจับใจความสำคัญ (ก่อน-หลัง), แบบประเมินการวิเคราะห์โครงสร้างบทอ่าน (Rubric) และแบบสอบถามความคิดเห็น พร้อมกำหนดบทบาทผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกทั้งออนไลน์และในชั้นเรียน
3 หน่วยการเรียนรู้ 9 สัปดาห์ 36 ชั่วโมง ในรายวิชาจริง
รายวิชา 1151201 การอ่านเพื่อการคิดวิเคราะห์สำหรับครูภาษาอังกฤษ สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง แต่ละหน่วยใช้วงจร PICCA เต็มรอบใน 3 สัปดาห์
กลวิธีการอ่านและการเดาคำศัพท์
Prepare + Instruct
Collaborate
Check + Assess
การอ่านจับใจความสำคัญ
Prepare + Instruct
Collaborate
Check + Assess
การวิเคราะห์โครงสร้างบทอ่าน
Prepare + Instruct
Collaborate
Check + Assess + ชิ้นงาน Mind Mapping
สังเกตว่าเก็บข้อมูลแทรกในวงจร: แบบสำรวจกลวิธีหลังหน่วยที่ 1, Pretest ก่อนหน่วยที่ 2, Posttest หลังหน่วยที่ 2 และประเมินชิ้นงานด้วย Rubric ในหน่วยที่ 3
Pre-Experimental: One Group Pretest-Posttest
อ้างแบบแผนตาม Tuckman (1999: 161)
ตัวแปรที่ไม่มีการวัดก่อนเรียน (กลวิธีการอ่าน ชิ้นงาน ความคิดเห็น)
ใช้การวัดหลังเรียนอย่างเดียว
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการสอนภาษาอังกฤษ มรภ.พระนครศรีอยุธยา 1 ห้องเรียน 28 คน ที่ลงทะเบียนรายวิชาจริง ภาคเรียนที่ 1/2565 ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
ปฐมนิเทศ แล้วสอนแผนที่ 1-3 (กลวิธีการอ่าน) เก็บแบบสำรวจ + แบบบันทึกการอ่าน
Pretest แล้วสอนแผนที่ 4-6 (จับใจความสำคัญ) จากนั้น Posttest แบบ Onsite
สอนแผนที่ 7-9 (โครงสร้างบทอ่าน) ประเมินชิ้นงาน Mind Mapping ด้วย Rubric 6 ประเด็น (เต็ม 24 คะแนน)
เก็บแบบสอบถามความคิดเห็น วิเคราะห์ด้วย M, S.D., t-test (dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
คะแนนจับใจความเพิ่มขึ้นชัดเจน t = 27.63
และเดาคำศัพท์ (ระดับมาก)
t = 27.63, Sig = .000 มีนัยสำคัญที่ระดับ .05
จากชิ้นงาน (ระดับมาก)
(ระดับมากที่สุด)
- กลวิธีที่ใช้มากที่สุด: Finding Topic และการเดาคำศัพท์จากการให้ความหมาย (M = 4.66)
- โครงสร้างที่ทำได้ดีที่สุด: Cause and Effect (M = 3.60) อ่อนที่สุด: Comparison and Contrast (M = 3.00)
- ข้อความคิดเห็นสูงสุด: การมีปฏิสัมพันธ์และการทำงานกลุ่ม (M = 4.83)
ค่า t ที่สูงยืนยันว่า "คะแนนเพิ่มขึ้นจริง" แต่ในแบบแผนที่ไม่มีกลุ่มควบคุม ยังไม่อาจตัดคำอธิบายอื่นได้ทั้งหมด ประเด็นนี้กลุ่มเราจะอภิปรายต่อในช่วงข้อสังเกตเชิงวิพากษ์
ผู้ทรงคุณวุฒิรับรองที่ M = 4.60 ระดับมากที่สุด
- ปรับรูปแบบหลังการทดลองใช้ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาก่อน
- ส่งแบบประเมินรับรอง (Rating 5 ระดับ, IOC = 1.00) ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ประเมินทางออนไลน์
- ครอบคลุมครบ 4 องค์ประกอบของรูปแบบ ไม่เฉพาะขั้นตอนการสอน
- เกณฑ์แปลผล: 4.50-5.00 = เหมาะสมมากที่สุด
หมายเหตุความละเอียดของกลุ่มเรา: บทที่ 3 ของเล่มระบุผู้ทรงคุณวุฒิ 6 ท่าน แต่บทที่ 4 รายงานผลจาก 5 ท่าน ตัวเลขบนสไลด์นี้ยึดตามบทที่ 4 ซึ่งเป็นบทรายงานผลจริง
"ผ่านการรับรอง" ไม่เท่ากับ "จบ": ยังมีการปรับรอบสุดท้าย
- เพิ่มความหลากหลายของการประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม
- เพิ่มเครื่องมือ เทคโนโลยี และแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้
- ควรวัดว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในขั้นใดบ้าง ไม่ใช่เฉพาะปลายทาง
- ปรับวัตถุประสงค์ให้ระบุวิธีการของรูปแบบชัดเจน
องค์ประกอบการวัดและประเมินผลถูกกำกับวิธีวัดครบทั้ง 4 รายการ: แบบสำรวจ Likert 5 ระดับ, แบบทดสอบปรนัย 4 ตัวเลือก 30 ข้อ, Rubric Score 4 ระดับ และแบบสอบถาม Likert 5 ระดับ พร้อมวัตถุประสงค์ฉบับใหม่ที่ระบุวิธีการ "โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานและการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ"
วงจร R&D จึงปิดที่ "รูปแบบฉบับปรับปรุง" ไม่ใช่ปิดที่ตัวเลขการรับรอง
เรียนรู้ทั้งจาก จุดแข็ง และ ข้อจำกัด ของเล่มนี้
- Alignment ชัดตลอดสาย: ปัญหาจาก R1 ถูกแปลงเป็นองค์ประกอบรูปแบบ หน่วยการเรียนรู้ และเครื่องมือวัดแบบไล่ย้อนได้ (ตารางที่ 4.4)
- ตรวจคุณภาพหลายชั้น: Connoisseurship 9 ท่าน แยกจากผู้ประเมิน IOC 5 คน และ try out 10 คน
- ผสมข้อมูลเชิงคุณภาพ (สัมภาษณ์ 7 คน, แบบบันทึกการอ่าน) กับเชิงปริมาณอย่างมีที่มา
- สัดส่วน Online 30 : Onsite 70 อิงหลักฐานจากการสัมภาษณ์ ไม่ใช่กำหนดตามความสะดวก
- One Group ไม่มีกลุ่มควบคุม: ตัด maturation และ testing effect ไม่ได้ ค่า t สูงจึงไม่ใช่หลักฐานเชิงสาเหตุที่แข็ง
- ทดลองกับ 28 คน 1 ห้อง 1 สถาบัน แต่ประชากรอ้างถึง มรภ. ทั่วประเทศ การสรุปอ้างอิงจึงจำกัด
- ตัวแปรบางตัววัดหลังเรียนอย่างเดียว จึงพูดได้ว่า "อยู่ระดับมาก" แต่ยังไม่ยืนยันว่า "พัฒนาขึ้น"
- ตัวเลขบางจุดไม่คงเส้นคงวาข้ามบท (วิธีสุ่ม, จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ, ภาคเรียน) เป็นบทเรียนการตรวจความสอดคล้องของเล่มเราเอง
ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้ลดคุณค่าของงาน แต่เป็นแผนที่บอกเราว่าเล่มของรุ่นเราจะยกระดับตรงไหนได้บ้าง และคือประเด็นที่กรรมการสอบมักหยิบมาถาม ซึ่งนำไปสู่กิจกรรมถัดไป
สถาปัตยกรรม Dual-AI: บอทกรรมการผู้ตั้งคำถาม แยกจากบอทผู้ประเมินคำตอบ อ้างข้อมูลชุดเดียวกัน
ถ้ากรรมการสอบถามแบบนี้ เราจะตอบอย่างไร
บอทผู้ประเมินจะตัดสินจากหลักฐานในคำตอบเท่านั้น (ไม่เอาใจผู้ตอบ)
พร้อมเฉลยแนวคำตอบจากข้อมูลจริงของเล่ม
หมายเหตุ: ระบบนี้ใช้แนวคิดเดียวกับ Dual-AI Architecture
บอทผู้ถามใช้การสร้างสรรค์สูง บอทผู้ประเมินใช้การตัดสินแบบเข้มงวด
เช็กลิสต์ R1-D1 ที่เล่มนี้สอนเรา ก่อนถึงมือผู้เชี่ยวชาญ 5 คน
- รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 5 คน พร้อมคุณสมบัติรายสาขาที่อธิบายได้
- เครื่องมือทุกชิ้นมีแผนหาคุณภาพ: IOC เป็นขั้นต่ำ เพิ่ม alpha, p, r, KR-20 ตามชนิดเครื่องมือ
- ตาราง alignment วัตถุประสงค์ - เครื่องมือ - สถิติ ก่อนเขียนบทที่ 3
- แผน try out กับกลุ่มเล็กก่อน Implement จริงเดือนกันยายน
- บันทึกและถอดความข้อวิพากษ์ของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เก็บเฉพาะคะแนน IOC
- แก้เครื่องมือจริงตามข้อวิพากษ์ พร้อมทำร่องรอย "ก่อน-หลังแก้" ไว้อ้าง
- ตรวจความคงเส้นคงวาของตัวเลขข้ามบท (จำนวนคน วิธีสุ่ม ภาคเรียน) ก่อนส่งเล่ม
- เขียนวัตถุประสงค์ของรูปแบบให้ระบุ "วิธีการ" ไม่ใช่บอกแค่ผลลัพธ์ปลายทาง
รูปแบบที่แข็งแรง ต้องมี คนนอกวิพากษ์
และข้อวิพากษ์ต้องกลายเป็น การแก้ไขจริง
จาก R1 ที่ฟังเสียงจริง 385 + 7 คน สู่ D1 ที่ผ่านเวทีวิพากษ์ 9 ท่าน สู่ R2 ที่วัดผลรอบด้าน และ D2 ที่แม้รับรองแล้วก็ยังปรับต่อ วงจรนี้คือแบบฝึกหัดที่ดีที่สุดของเล่มวิจัยเราเอง
ภัธภร หลั่งประยูร. (2565).
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานตามแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาสาขาการสอนภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏ (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน).
มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Tuckman, B. W. (1999). Conducting educational research (5th ed.). Harcourt Brace.
ขอบคุณครับ/ค่ะ ยินดีรับคำถามและข้อวิพากษ์จากอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น
จำลองขั้นที่ 3 ของ D1: ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 สาขาวิพากษ์พร้อมกัน แต่ละท่านให้ IOC อิสระต่อกัน
สภาผู้ทรงคุณวุฒิจำลอง: วางร่างของกลุ่มคุณ แล้วรับข้อวิพากษ์ 3 มุมมอง
ผู้ทรงคุณวุฒิแต่ละท่านทำงานแยกกัน ไม่เห็นคำตอบของกันและกัน (Independent Judges) และถูกกำชับให้ตัดสินจากร่างที่วางเท่านั้น ถ้าไม่มั่นใจให้ลงคะแนน 0